1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว (อ.บุ่งคล้า) ถือได้ว่าเป็นผืนป่าใหญ่ของ จ.บึงกาฬ และเป็นป่าอนุรักษ์ที่สวยสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ภายในพื้นมีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกเล็กๆ ที่เขาถึงสะดวกที่สุด บริเวณน้ำตกมีเพิงถ้ำหลายแห่ง หรือ น้ำตกชะแนน น้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลัดเลาะมาตามลำห้วย แล้วตกมาเป็นน้ำตก 3 ชั้นอยู่ห่างกัน คือ ขัวพญานาค ชะแนน และบึงจรเข้ โดยมีน้ำตกชะแนนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สุด
2. น้ำตกเจ็ดสี (อ.ศรีวิไล) น้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว สายน้ำไหลตกจากหน้าผาหินทรายแล้วแผ่กว้างออกสวยงามตระการตา ด้านล่างมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำ และโขดหินให้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ
3. น้ำตกตาดกินรี (อ.บึงโขงหลง) อยู่ในป่าภูลังกา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงสู่หุบเหว น้ำตกชั้นบนไหลลดหลั่นกันไปตามลานหินกว้าง และมีแอ่งน้ำใสให้เราสามารถลงไปเล่นน้ำกันได้
4. บึงโขงหลง (อ.บึงโขงหลง)ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นกโดยเฉพาะ นกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น มีจุดดูนกอยู่ดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง บริเวณบึงยังมีหาดที่เรียกว่า “หาดคำสมบูรณ์” ที่มีหาดทรายทอดยาวในช่วงฤดูหนาวเป็นแหล่งพักผ่อน และชมวิวทิวทัศน์ มองเห็นภูลังกาเป็นฉากหลัง
5. ภูทอก (อ.ศรีวิไล) ภูเขาหินทราย ที่มีวัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่เชิงเขาและมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่เขา รวมทั้งหมด 7 ชั้น เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปยังกุฎิืและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผา และมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าในวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองได้ไกลถึงเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนม
6. วัดสว่างอารมณ์ (อ.ปากคาด) ภายในวัดมีโบสถ์อยู่บนก้อนหินใหญ่ หลืบถ้ำด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน บริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแม่น้ำโขง
7. หาดทรายขาว (อ.บึงกาฬ) เป็นหาดทรายขาวริมฝั่งโขงที่สวยงาม ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อยามเช้าและเย็นอากาศดีลมพัดเย็นสบาย และความสวยงามจะมากขึ้นในช่วงเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
8. หนองกุดทิง (อ.บึงกาฬ) แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ชุมน้ำแห่งบึงกาฬ ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างแท้จริง มีพื้นที่เชื่อมต่อแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุมน้ำสำคัญระดับโลก (พื้นที่แรมซาร์) แห่งที่ 11 ของประเทศไทย หนองกุดทิง มีพี้นที่ราว 22,000 ไร่ มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากกว่า 250 สายพันธุ์ มีปลาที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกถึง 20 สายพันธุ์ มีนกพันธุ์ต่างๆ กว่า 40 ชนิด เหมาะสำหรับการมาผักผ่อนชื่นชมธรรมชาติในวันหยุดอันแสนสบายของทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง
9. แก่งอาฮง (อ.บึงกาฬ) เป็นแห่งหินกลางลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง ตำบลหอคำ จังหวัดบึงกาฬ ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถที่จะวัดระดับความลึกได้ ด้วยกระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงแห่งนี้ไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลาก และมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ แก่งอาฮงแห่งนี้ชาวบ้้านเรียกว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ความกว้างของแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง ประมาณ 300 เมตร ในฤดูน้ำลดและมีความกว้างราว 400 เมตร ในฤดูน้ำหลาก และจะสามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี และกลุ่มหินที่ปรากฎบริเวณแก่งอาฮงจะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อน และสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบึงกาฬ และเป็นสถานที่เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาิติ คือ บั้งไฟพญานาคในช่่วงประเพณีออกพรรษา จะมีนักท่องเที่ยวมาพักเที่ยวชมปรากฎการณ์ธรรมชาิติ ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคบริเวณบ้านอาฮงเป็นจำนวนมาก จะมีมากในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ที่ปฏิทินไทย กับปฏิทินประเทศ สปป.ลาวตรงกัน และชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย
10. ตลาดสองฝั่งโขง (อ.บึงกาฬ) เป็นตลาดริมแม่น้ำโขงที่มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทย และพ่อค้าแม่ฝั่ง สปป.ลาวข้ามฝากมาเปิดขายสินค้าในท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า ของกินพื้นถิ่น เดินเล่นชิลล์ๆ ในบรรยากาศแบบพื้นบ้านติดตลาด ตลาดสองฝั่งโขงแห่งนี้จะมีเฉพาะวันอังคาร และวันศุกร์ ของสัปดาห์เท่านั้น
แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น